|
เรื่องราวและประวัติ
พระพุทธปาฏิหาริย์
มิ่งขวัญพระเมืองแก้ว นพบุรีศรีนครเชียงใหม่ (พระเจ้าเจ็ดตื้อ)
ในระหว่างการก่อสร้างอุโบสถเงินหลังนี้กำลังดำเนินไปด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
โดยเฉพาะแรงศรัทธาจากผู้รับเป็นเจ้าภาพรายการศิลปกรรมต่าง ๆ เช่น
ซุ้มประตู บันไดนาคเงิน ช่อฟ้า ป้านลม แผ่นภาพ
และลวดลายประดับพื้นผนัง รวม 17
รายการ ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2549
เป็นโอกาสเดียวกับที่พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน
นราสโภ (คำซาว) พระธรรมทูตที่ไปเผยแผ่
พระพุทธศาสนา ณ วัดป่านานาชาติมินเนโซต้า รัฐมินเนโซต้า
สหรัฐอเมริกา กลับมาปฏิบัติศาสนกิจที่จังหวัดเชียงใหม่และได้
พำนักที่วัดศรีสุพรรณ เมื่อมีโอกาสเข้าไปในอุโบสถหลังใหม่
ที่มีพระพุทธปาฏิหาริย์ประดิษฐานอยู่ ท่านได้สวดมนต์เพียงครู่เดียว
ก็เปิดพลังปีติ
ท่านยืนยันว่าเกิดพลังดังกล่าวนั้นเร็วกว่าพระพุทธรูปองค์อื่น ๆ
แสดงถึงพระพุทธพระประธานมีพลานุภาพยิ่งใหญ่
คล้ายพลังเย็นที่แผ่ซ่านเข้าไปในจิตใจจนเกิดความปลื้มปีติอย่างที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน
เมื่อทำการสวดมนต์ด้วย
บทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
ยิ่งมีพลังลึกลับหนุนส่งให้สวดมนต์ต่อเนื่องอย่างไม่รู้เหนื่อย
ต่อมา พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ
ได้พาฝรั่งสองคนชื่อ Diana Manilova กับ
Marc Cofer ซึ่งเป็นผู้มีพลังจิตแก่กล้า
และทดสอบในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคเหนือมาหลายแห่งแล้ว
ได้เข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อปาฏิหารย์ แล้วทำสมาธิภาวนาก็
ปรากฏพลังลึกลับแผ่ซ่านเข้าถึงจิตใจอย่างรวดเร็ว
เป็นที่อัศจรรย์ในของชาวต่างประเทศทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง
จึงได้บันทึกไว้
ดังนี้

Wat of Silver
This Wat made of silver offers us
a symbol for our spiritual practice. Silver represents Yin
Energy and is activated and charged by the Moon. Earth is Yin
Energy also and our creative mother.
Our Moon, However, is Yin energy that represents our very old,
wise and respected grandmother.
When we are aware of the symbols in the world around us we may
read all parts of our life and
come to know our own Buddha nature.
This Wat and its Buddha image
represent a great love in each family. There are many
types of love of the Earth. This Wat represents the love that
women may have for Buddha
and how deeply each female may feel Buddha in her nature.
Consider your own grandmother
and how she is free to love her children, her grandchildren and
each generation that succeeds
her.
If you wish to receive good fortune
and wisdom in all aspects of love, we invite you to
spend time at this Wat to receive guidance and give homage.
คำแปล
"วัดนี้ ทำด้วยโลหะเงิน
แสดงถึงสัญลักษณ์ของจิตวิญญาแห่งความร่มเย็น
เป็นเครื่องหมายแทนพลังงานหยิน
ซึ่งได้รับพลังกระแสมาจากดวงจันทร์โลกคือพลังหยิน,
ประดุจมารดาผู้สร้างสรรค์เรา, ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร
ดวงจันทร์นั้น เป็นพลังหยินที่แสดงออกถึงความีอายุยาวนาน
จึงได้รับความศรัทธาประดุจย่าม่อนผู้มีพระคุณอันยิ่ง
เมื่อเราตระหนักถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ
ที่มีอยุ่ในโลกนี้ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา
เราก็สามารถที่จะตรวจสอบในทุก
ส่วนของชีวิตเรา
เพื่อให้เข้าถึงธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะได้โดยไม่ยาก
วัดนี้ และพระพุทธรูปปากฎิหาริย์ในอุโบสถ
เป็นตัวแทนแห่งความรักอนยิ่งใหญ่ในแต่ละครอบครัว
ซึ่งในโลกนี้ก็มีความรักหลากหลายประเภท
แต่วัดนี้แสดงถึงความรักซึ่งเหล่าสุภาพสตรี
ที่พึงจะมีความเคารพศรัทธาในพระพุทธเจ้า
สามารถเข้าถึงได้ลึกซึ้งกว่า สุภาพสตรีแต่ละท่านเมือ่เข้ามาสัมผัสแล้วย่อมมีความรู้สึกเช่นนั้นจงระลึกถึงบุพการีของท่านที่ให้ความรัก
ความอิสระ สืบทอดจากรุ่นก่อน ๆ เมื่อมาถึงรุ่นท่าน
แล้วไปถึงรุ่นลูก รุ่นหลานและจะสืบต่อไปถึงวงศ์วารภายหน้า
พวกเขาก็จะให้ความเคารพยกย่องในตัวท่านเฉกเช่นกัน
ถ้าท่านปรารถนาจะได้รับโชคลาภ
และความมีสติปัญญาประสบความสำเร็จในสิ่งที่หว้ง ใครเชื้อเชิญท่าน
ให้เวลากับวัดนี้ เพื่อที่จะได้รับการแนะนำอย่างเป็นกันเอง
เพื่อให้ได้รับสิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตลาดไป"
เรื่องราวของหลวงพ่อพระพุทธปาฏิหาริย์
ที่ปรากฏและเล่าสืบกันมา
ในสมัยก่อนย้อนเวลาไปสัก 60 ปี
ในสมัยที่บ้านเมืองยังไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนในปัจจุบันนี้
วัดศรีสุพรรณเองก็มีโบราณสถาน โบราณวัตถุมากมายนัก
บริเวณข้างพระอุโบสถซึ่งเป็นที่
ตั้งของหอฉันในปัจจุบัน เดิมทีเป็นหนองน้ำ มีดอกบัว จอก แหน
อยู่เต็ม องค์พระพุทธรูปพระ
พุทธปาฏิหาริย์เองก็ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังดังกล่าว
ในสมัยนั้นชาวบ้านก็นิยมอาบ
น้ำพระกันในวันเข้าพรรษา
และออกพรรษาเหมือนกับในปัจจุบันที่บางวัดก็ทำกันอยู่
ครั้งนั้นชาวบ้านเล่าว่า
ในบริเวณหนองน้ำนั้น ตอนกลางคืน
วันดีคืนดีก็จะมีเสียงคนลงไปเล่นน้ำ
แต่พอไปแอบซุ่มดูก็ไม่ปรากฏว่ามีใครไปเล่นน้ำเลย
ตรงทางเดินลงหนองน้ำก็มีลอยเท้าหนัก ๆ
เหมือนว่ามีใครลงไปเล่นน้ำใหม่ ๆ สด ๆ อยู่ แต่เมื่อสบถามใคร ๆ
แถวนั้นก็ปรากฏว่าไม่มีใคร
ลงไปเล่นน้ำในยามค่ำคืนเช่นนั้นเลย
จนกระทั่งครั้งหนึ่งชาวบ้านก็ไปซุ่มดูเหมือนเช่นเคยแต่ก็ไม่พบเหมือนเช่นเคย
ชาวบ้านที่เป็น
ผู้ชาย 2 - 3 คนจึงพากันเข้าไปในอุโบสถ
ปรากฏว่าบริเวณทางเดินไปหาพระประธานมีแต่หยด
น้ำและลอยเท้าเปรียก ๆ ไปตลอดทาง
ที่องค์พระพุทธรูปประธานก็ปรากฏว่าเปลียกน้ำไปหมด
ทั้ง ๆ ที่ฝนก็ไม่ตก หลังคาก็ไม่รั่ว แถมยังมีเศษจอก แหน
พืชน้ำที่อยู่ในหนองน้ำดังกล่าวติดตาม
องค์พระด้วย ครั้นชาวบ้านเห็นดังนั้นก็เกิดอัศจรรย์ใจ
พากันก้มกราบสาธุการ เหตุการณ์ครั้งนั้นจึง
กลายเป็นเรื่องเล่าสืบ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน
ทิ้งระเบิดไม่โดน
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
วัดศรีสุพรรณเคยเป็นสถานที่ที่ทหารญี่ปุ่นเคยมาพักแรมอยู่
ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าทหารญี่ปุ่นพวกนั้นก็เป็นคนดี
ชาวบ้านยังเคยเอาผลไม้ กล้วย อ้อยไป
ฝากอีกด้วยใน
กาลครั้งนั้น
ญี่ปุ่นได้ต่อสู้กับพวกพันธมิตร และได้ทำการทิ้งระเบิดหลายแห่ง
รวมถึงบริเวณ
วัดด้วย ชาวบ้านเล่าว่า
เครื่องบินได้ทิ้งระเบิดลงมาตรงบริเวรอุโบสถหลายลูก จนบริเวรรอบ ๆ
อุโบสถพังพินาศพระอุโบสถเองบริเวณส่วนหน้าของอุโบสถก็พังทลายไปหมด
แต่เป็นที่น่า
อัศจรรย์ว่าพระอุโบสถส่วนหลังส่วนที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไม่เป็นไร
ตัวองค์พระพุทธรูป
ก็ยังเป็นองค์เหมือนเดิม ไม่มีส่วนบุบสลาย
ชาวบ้านชาวเมืองต่างก็พากันปราดใจไปตาม ๆ
กัน
ครั้นต่อมาเมื่อบ้านเมืองสงบดีแล้ว
ชาวบ้านก็พร้อมใจกันสร้างอุโบสถหลังไม่ขึ้นอันเป็นที่
ประดิษฐานพระพุทธปาฏิหาริย์ต่อไปนานตราบจนถึงปัจจุบัน
โจรมาขโมยตัดเศียร
สมัยหนึ่งวัดศรีสุพรรณเจริญรุ่งเรืองขึ้น
ชาวบ้านชาวเมืองก็มีฐานะดีขึ้นก็มาปฏิสังขรณ์ ศาสนาสถาน
โบราณวัตถุภายในวัด บำรุงพระภิกษุสามเณรอย่างดี
ในกาลครั้งนั้น ก็มีโจรใจบาปต้องการจะรวยเร็ว
โดยการมาตัดเศียรพระพุทธรูป หวังจะเอาไปหายกิน
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พระพุทธรูปมีรอยบุ๋มตรงบริเวณหัวเข่าจนมาถึงปัจจุบันนี้
ถ้าใครแวะไปที่วัดก็
ไปนมัสการพระพุทธปาฏิหาริย์กันได้นะครับ
แล้วอย่าลืมสังเกตรอยบุ๋มที่หัวเข่าด้วยนะครับ
|